เงื่อนไขและเอกสารประกอบการขอสินเชื่อ

ทางบริษัท เอ-เวสท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จะอำนวยความสะดวกในการขอสินเชื่อธนาคาร สำหรับลูกค้าที่มีความสนใจในโครงการของบริษัททุกโครงการ โดยบริษัทจะเป็นตัวกลางช่วยติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารที่ลูกค้ามีความประสงค์ในการขอสินเชื่อ

เอกสารผู้ขอสินเชื่อ

  • สำเนาบัตรประชาชน/บัตรข้าราชการ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบมรณะบัตรของคู่สมรส (ถ้ามี)
  • ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ทุกใบ)
  • หนังสือรับรองเงินเดือน พร้อมสลิปเงินเดือนล่าสุดฉบับจริง
  • สำเนาแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้ประจำปี(กรณีรับเงินเดือนเป็นเงินสด)
  • สำเนาเอกสารการจดทะเบียนบริษัท(ทะเบียนพาณิชย์/การค้า/หนังสือรับรอง/ทะเบียนผู้ถือหุ้น)
  • สำเนาบัญชีธนาคารแสดงสถานะการเงินย้อนหลัง 6 เดือน

การขอสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ทั่วไป

โดยทั่วไป ธนาคารพานิชย์มีวงเงินปล่อยกู้สูงสุดสำหรับลูกค้าบริษัทฯประมาณ 80–95% ของราคาขายบ้าน และใช้วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนต่อเดือนแยกตามประเภทรายได้ ของผู้ขอสินเชื่อดังนี้

  • รายได้จากเงินเดือนประจำ พิจารณารายได้จากเงินเดือนรับสุทธิหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัวหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกันหนี้x40%=ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด
  • รายได้จากอาชีพอิสระ หากท่านไม่มีเอกสารการเงินที่ชัดเจนหรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอติดต่อกันถึง 3 เดือน จะทำการขอสินเชื่อได้ค่อนข้างยาก โดยธนาคารจะพิจารณาจากความมั่นคงของบริษัทประกอบกับอายุงานและSlip รายได้ โดยจะคำนวณจากยอดรายได้สุทธิเฉลี่ย 6-12 เดือนย้อนหลัง (นับถึงวันยื่นกู้) x 30-40% (เนื่องจากธนาคารคิดรายได้จากอาชีพอิสระให้เพียง 30-40%) หักค่าใช้จ่ายครอบครัวประจำเดือนหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโร(ดูหัวข้อการตรวจสอบเครดิตบูโรประกอบ) และ/หรือการค้ำประกันหนี้x40%=ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน เช่น ผู้กู้เป็นตัวแทนประกันชีวิต มีรายได้เฉลี่ย 6 ถึง12 เดือนย้อนหลังx30-40%=รายได้ที่ธนาคารจะนำมาคำนวณจริง
  • รายได้จากธุรกิจส่วนตัว พิจารณารายได้จากยอดขายxกำไร10–30%(แล้วแต่ประเภทธุรกิจ)หัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัว หักผ่อนหนี้ต่างๆที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกันหนี้ x 40% = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน ซึ่งธนาคารจะพิจารณาว่าสามารถกู้ได้วงเงินเท่าใด

การตรวจสอบเครดิตบูโร

ทุกธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อมูลเครดิตลูกค้าเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ ซื่งจะตรวจสอบประวัติการกู้ หรือหนี้เสียของลูกค้า โดยละเอียดในเรื่องต่างๆดังนี้

  • หนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์
  • หนี้ค้างชำระสินค้าต่างๆ
  • ประวัติการถูกฟ้องร้องคดีแพ่ง ล้มละลาย ค้ำประกัน หรือบังคับชำระหนี้สินอื่นๆ ทุกประเภท

ข้อแนะนำอื่นๆที่ผู้ต้องการขอสินเชื่อควรทราบ

  • ภาระหนี้สินบ้านที่กู้หรือยื่นกู้ร่วมอยู่ ทางธนาคารจะนำค่างวดดังกล่าวมาหักจากรายได้ ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการยื่นกู้ใหม่
  • ไม่เคยมีหนี้ค้างชำระ
  • ไม่เคยถูกดำเนินคดีแพ่งหรือล้มละลายมาก่อน
  • หากจดทะเบียนสมรส ต้องมีคู่สมรสมาเซ็นให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมต่อธนาคาร ด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้น เช่น แยกกันอยู่ หรือหาตัวไม่เจอ เว้นแต่หย่าขาดกันแล้ว โดยแสดงทะเบียนหย่า
  • ผู้กู้ต้องยื่นหลักฐานการฝากเงิน (บัญชีออมทรัพย์) หรือหลักฐานการออมเงินผ่านประเภทบัญชีต่างๆ ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันยื่นกู้ธนาคาร โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีพอสมควรเพื่อยืนยันความสามารถในการชำระหนี้ได้
  • ผู้กู้ต้องชำระเงินดาวน์ให้สม่ำเสมอตามกำหนด เนื่องจากธนาคารจะพิจารณาข้อมูลการผ่อนดาวน์เพื่ออนุมัติวงเงินกู้ด้วย